ธุรกิจแฟชั่น มรดกโลกในอิตาลี

อิตาลีเป็นประเทศที่โด่งดังทั้งในเรื่องแฟชั่นและประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ และสองสิ่งที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันได้นี้ ก็กลับกลายมาเป็นปัจจัยส่งเสริมกันและกัน เมื่อเจ้าของธุรกิจแฟชั่น หันมาสร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์ตัวเองด้วยการสนับสนุนเงินทุนเพื่อบูรณะและดูแลรักษาโบราณสถานในอิตาลี

พูดถึงประเทศอิตาลี บรรดาหนุ่มสาวผู้รักแฟชั่นก็ต้องนึกถึงเมืองหลวงด้านแฟชั่นและการออกแบบของโลกอย่างมิลาน หรือห้องเสื้อหรูชั้นนำอย่างเฟอรากาโม ดอลเช่แอนด์กาบานา หรืออาร์มานี ส่วนคนที่รักการท่องเที่ยวและประวัติศาสตร์ ก็คงนึกถึงฟลอเรนซ์ เวนิซ หรือโรม เมืองมรดกโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ตั้งแต่ยุคโรมันมาจนถึงเนเนสซองท์

อันที่จริงแล้ว อิตาลีนอกจากจะเป็นประเทศที่ให้กำเนิดศิลปิน นักออกแบบ และดีไซเนอร์ชื่อดังของโลกมากมายแล้ว ยังเป็นประเทศที่มีมรดกโลกขึ้นทะเบียนกับองค์การยูเนสโกมากที่สุดในโลกอีกด้วย แต่โบราณสถานที่เก่าแก่และใหญ่โตมโหฬารอย่างโคลอสเซียมหรือโรมันฟอรัม ต้องใช้เงินมหาศาลในการดูแลบูรณะปฏิสังขรณ์ ขณะที่เศรษฐกิจอิตาลีกำลังดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง ในฐานะหนึ่งในประเทศที่เศรษฐกิจตกต่ำที่สุดในยุโรป ทำให้งบประมาณในการดูแลทรัพสมบัติของชาติเหล่านี้ถูกมองว่าเป็น “งบฟุ่มเฟือย” และถูกหั่นออกเป็นรายการแรกๆในการตัดลดรายจ่ายของรัฐบาล

โดยคณะกรรมการด้านการท่องเที่ยวของอิตาลียืนยันว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา งบประมาณด้านการสนับสนุนวัฒนธรรม รวมถึงการบูรณะปฏิสังขรณ์มรดกโลกในประเทศ ถูกตัดทอนลงถึง 1 ใน 3 ทำให้ทุกวันนี้ งบประมาณในการซ่อมแซมโบราณสถานส่วนใหญ่ ขึ้นอยู่กับการบริจาคของภาคเอกชน

และจุดนี้เองที่บรรดาเจ้าของธุรกิจแฟชั่น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ทำเงินมากที่สุดในอิตาลีโดยไม่หวั่นพิษเศรษฐกิจตกสะเก็ด ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทในการพิทักษ์รักษาความภาคภูมิใจในด้านวัฒนธรรมของชาวอิตาเลียน ด้วยการปวารณาตัวเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนซ่อมแซมดูแลรักษาโบราณสถานต่างๆ

แคมเปญที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุด ก็คือโครงการบูรณะโคลอสเซียมของทอดส์ แบรนด์เครื่องหนังยี่ห้อดังของอิตาลีเมื่อปี 2554 ที่ทอดส์ยอมทุ่มเงินถึง 25 ล้านยูโร หรือ 950 ล้านบาท เพื่อเนรมิตรโคลอสเซียมที่เริ่มทรุดโทรมให้กลับมายิ่งใหญ่ พร้อมรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอีกครั้ง

ขณะที่ดีเซล แบนด์เสื้อผ้าวัยรุ่นชื่อดัง ก็เคยสนับสนุนการซ่อมแซมสะพานริอัลโต สะพานข้ามคลองที่มีชื่อเสียงที่สุดของเวนิซ ด้วยเงินกว่า 5 ล้านยูโร หรือ 190 ล้านบาท

ส่วนแคมเปญล่าสุดมาจากเฟนดิ ที่ประกาศจะสนับสนุนเงินทุนกว่า 2 ล้าน 5 แสนยูโร ในการบูรณะน้ำพุเทรวีและน้ำพุเล กวาตโตร สองน้ำพุเก่าแก่ในโรมที่เป็นสถานที่ถ่ายรูปยอดนิยมของบรรดานักท่องเที่ยว

แน่นอนว่าแบรนด์เสื้อผ้าเหล่านี้คงไม่ลงทุนเป็นจำนวนหลายร้อยล้านบาทเพียงเพื่อรักษามรดกทางวัฒนธรรมของประเทศ สิ่งที่มักมาพร้อมกับการเป็นเจ้าภาพบูรณะปฏิสังขรณ์สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังเหล่านี้ ก็คือการได้รับอนุญาตให้ติดป้ายโฆษณาสินค้าของตัวเองได้ในระหว่างการซ่อม ซึ่งคงไม่ต้องบอกว่าคุ้มค่าเพียงใดกับการได้ติดป้ายโฆษณาในสถานที่ที่มีคนไปถ่ายรูปมากที่สุดในโลกอย่างโคลอสเซียมและน้ำพุเทรวี

นอกจากนี้ สิ่งที่ตามมานอกเหนือจากผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจก็คือภาพลักษณ์ของการช่วยเหลือสังคม คนอิตาเลียนส่วนใหญ่ไม่ได้มีปัญหากับป้ายโฆษณาขนาดยักษ์ที่รายล้อมโบราณสถานในช่วงซ่อมแซมเหมือนนักท่องเที่ยว ที่อาจจะหงุดหงิดบ้างเมื่อไม่ได้ถ่ายรูปกับสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในอิตาลี ในทางตรงกันข้าม พวกเขากลับมองว่าการช่วยเหลือพึ่งพากันและกันระหว่างธุรกิจแฟชั่นกับโบราณสถานในประเทศ เป็นทางออกที่ได้ประโยชน์ทุกฝ่าย ในภาวะที่เศรษฐกิจฝืดเคืองอย่างทุกวันนี้

Tags:

Comments are closed.