Author Archive

งานทำธุรกิจร่วมกับชาวอิตาลีของวัฒนธรรมอิตาลี

Monday, March 24th, 2014

800px-Mulberry_Street_NYC_c1900_LOC_3g04637u_edit

แต่ไหนแต่ไรมาคนทำงานรุ่นเบบี้บูมบ้านเรา มักมีวิถีการทำงานที่เรียบและมั่นคง เมื่อสำเร็จการศึกษาหาไม่สืบทอดกิจการครอบครัว ก็มุ่งเข้าทำงานในองค์กร ตั้งแต่สำเร็จการศึกษากระทั่งเกษียณ เรื่องจะมีการเปลี่ยนแปลงหวือหวาชนิดย้ายไปทำงานต่างแดนนับว่าเป็นกรณีที่เกิดขึ้นน้อยส่วนเจนเอ็กซ์ ผู้มีโอกาสและอัตราการศึกษาต่อต่างประเทศสูงขึ้น พบได้ว่าจะฝึกงานหาประสบการณ์ระยะหนึ่งจึงกลับเมืองไทย แต่หากสำเร็จการศึกษาในบ้านเรา ก็ยังพบได้อีกว่า โอกาสที่จะไปเข้าอบรมดูงาน ในสำนักงานต่างแดนเป็นปรกติธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ แต่หากจะย้ายไปทำงานเป็นเรื่องราว อันนี้ต้องคิดหนัก ต้องเตรียมกายเตรียมใจกันพอสมควรแทนที่จะรอให้โอกาสมาถึงแล้วจึงค่อยรับมือ คนทำงานยุคใหม่สามารถลงทุนเพื่อเพิ่มคุณค่าให้ตนได้ ยิ่งถ้าเล็งการพัฒนาตนเองเรื่องภาษาและวัฒนธรรมข้ามชาติ เชื่อเถิดค่ะว่า เมื่อโอกาสมีมา เราจะเป็นคนแรกๆ ที่จับคว้าได้ก่อนใคร อย่างมั่นใจเสียด้วย

หากกล่าวถึงประเทศที่จะให้สีสันความรื่นเริงใจในประสบการณ์การทำงานต่างเมือง ประเทศแถบยุโรปใต้ที่รุ่มรวยศิลปวัฒนธรรม มีรสนิยมและสไตล์ในการใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย เป็นแหล่งโอกาสทางธุรกิจด้านแฟชั่น ของแต่งบ้าน กีฬา อาหาร ไวน์ และยังเป็นที่ตั้งขององค์กรนานาชาติมากมายอย่างอิตาลี นับว่าเป็นโอกาสการทำงานต่างแดนที่คุ้มค่า หากว่าเตรียมตัวพร้อม และยังจะได้ศึกษาวิถีการบริหารธุรกิจ บริหารองค์กร และบริหารชีวิตให้มีความหมายที่นี่ใช้ภาษาอิตาเลียนเป็นภาษาประจำชาติ และในแวดวงธุรกิจยังพบการใช้ภาษาอังกฤษกันได้ทั่วไป แต่ถ้าหากการสื่อสารเป็นไปเพื่อส่งและรับสารอย่างเข้าใจ ย่อมอาศัยการเชื่อมโยงระหว่างสองฝ่าย การเตรียมตัวฝึกฝนภาษาอิตาเลียนทั้งพูด ฟัง อ่าน เขียนสำคัญมาก ในโลกธุรกิจอิตาลีมักชื่นชมผู้ที่มีการศึกษา มีความสามารถ ประสบความสำเร็จในอาชีพ ซึ่งฟังดูคนทำงานบ้านเราก็น่าจะผ่านหลักเกณฑ์สองสามประการนี้ แต่สำหรับอิตาลียังให้ความสำคัญกับศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ วรรณกรรม เพลง ไวน์ เสื้อผ้า อาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ลึกซึ้งมีความหมายการศึกษาเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ไว้จนสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองได้เป็นเรื่องจำเป็นยิ่งสำหรับการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์คนอิตาลีโดยรวมมีอุปนิสัยเปิดเผย เข้มข้น รื่นรมย์ เหมือนกับเพลงและอาหารอิตาเลี่ยนนั่นแหละค่ะ การใช้เทคนิคกระจกด้วยการใช้มือไม้ประกอบการสนทนา ปรับโทนเสียงจังหวะจะโคนให้เทียบโน้ตกันได้ รู้จักเลือกเรื่องพูดคุยที่ต้องอัธยาศัย รับรองว่าคนไทยเราก็คุยสนุกได้อารมณ์ไม่แพ้กัน

เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ

Thursday, January 2nd, 2014

ถ้าจะร่วมหัวจมท้ายกับธุรกิจแฟรนไชส์ซักแห่งหนึ่ง ธุรกิจนั้นควรจะมีลักษณะที่พึงประสงค์อย่างไรบ้างโดยสิ่งที่ชี้ชัดว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ ที่เรากำลังพิจารณาอยู่นั้น ดีหรือไม่ดี มีอยู่ 5 อย่าง ดังนี้

1. เจ้าของแฟรนไชส์เจ้าของแฟรนไชส์ มีบทบาทสำคัญ ต่อความสำเร็จของคุณ เมื่อคุณซื้อแฟรนไชส์จากเค้า เพราะเค้าจะเป็นคนบอกวิธีการทำธุรกิจ วิธีการบริหารจัดการทุกอย่างให้กับคุณถ้าเจ้าของแฟรนไชส์ มองแต่ผลกำไรของตัวเองเป็นที่ตั้ง โดยไม่สนใจว่าคนซื้อแฟรนไชส์ จะอยู่ได้หรือไม่ นั่นเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ที่ควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่ง

2. สินค้าตามกระแสหรือเปล่า สินค้าของแฟรนไชส์ที่คุณจะซื้อ ควรจะเป็นสินค้าที่ไม่ตกกระแสง่ายๆ ไม่ใช่เป็นสินค้าตามแฟชั่น ตามกระแส เพราะไม่นานกระแสต่างๆ เหล่านี้ก็จะเลิก และเลิกไปพร้อมกับธุรกิจ คนที่เข้ามาลงทุนในสินค้านี้ทีหลังก็เจ๊งไปตามๆกัน สินค้าแฟชั่น ที่เห็นได้ชัดที่สุด และใกล้ตัวที่สุด แม้ว่าจะไม่ได้มีขายแฟรนไชส์ คือ Rotiboy ที่โด่งดังสุดขีดช่วงปี 2548 แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน พอคนเลิกฮิตก็เลิกกิจการไป ส่วนอีกอย่างหนึ่ง คือ จตุคามรามเทพ ที่เป็นที่นิยมมากในช่วงปี 2550 แต่ก็ฮิตได้ไม่นานเช่นกัน

3. การสนับสนุนจากแฟรนไชส์ครบถ้วนหรือไม่เจ้าของแฟรนไชส์หลายต่อหลายแห่ง เลือกที่จะสนับสนุนคนซื้อแฟรนไชส์เฉพาะการเริ่มต้นธุรกิจ อาจจะแค่ช่วยเลือกทำเล ช่วยหาพนักงาน และช่วยวางระบบการทำงานเบื้องต้น แต่ไม่มีการติดตามผล หลังจากที่มีการขายแฟรนไชส์ไปแล้ว บางส่วนมองว่าขายแล้วคือขายเลย ขายขาด คนซื้อแฟรนไชส์จะเป็นยังไงก็ไม่เกี่ยวกับตัวเองแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากได้ขายแฟรนไชส์ไปแล้ว ก็ไม่รับรู้

4. อย่าเชื่อคำโฆษณาเรื่องคืนทุน เจ้าของแฟรนไชส์หลายต่อหลายแห่ง มักจะมีคำโฆษณาเกี่ยวกับเรื่อง ระยะเวลาในการคืนทุน หลังจากได้ทำธุรกิจไปแล้ว ซึ่งบางครั้งอาจจะดูดีเกินความเป็นจริงเพราะปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ไม่ได้มีแค่ ตราสินค้า และวิธีการทำธุรกิจเท่านั้น ยังมีเรื่องของ ทำเล เรื่องของพนักงาน และรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ ที่ทำให้คนซื้อแฟรนไชส์ไปแต่ละคน ได้กำไรไม่เท่ากัน บางคนอาจจะกำไรมหาศาล และบางคนอาจจะขาดทุนจนต้องเลิกกิจการไปก็ได้

5. ต้องใช้เงินลงทุนเยอะหรือไม่ หลายคนอาจจะเคยได้ยินสุภาษิตไทยที่ว่า “นกน้อยทำรังแต่พอตัว” ซึ่งหมายถึงว่าอย่าทำอะไรที่เกินตัว เกินความสามารถของตน ในการทำธุรกิจแฟรนไชส์ก็เช่นเดียวกัน ถ้าคุณมีเงินไม่พอที่จะซื้อแฟรนไชส์ได้ แล้วคุณต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาจากธนาคาร หรือเพื่อนฝูงคุณต้องตระหนักอยู่เสมอว่า ธุรกิจคุณตั้งอยู่บนความเสี่ยงที่ไม่ได้มีแค่คุณคนเดียวที่จะเสียหาย ยังมีเจ้าหนี้ของคุณที่จะต้องมาเสียหายไปกับคุณด้วย เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มั่นใจจริงๆ ก็ควรจะเลือกทำธุรกิจที่เหมาะสมกับตัวเรา และค่อยๆขยายธุรกิจภายหลังก็ยังไม่สาย