ตลาดแรงงานไทยในอิตาลีการนวดแผนไทย

ตลาดแรงงานไทยในอิตาลีการนวดแผนไทย

การนวดสปาไทยเป็นที่รู้จักและมีความต้องการจัดตั้งเป็นธุรกิจสปาไทยในอิตาลี โดยเฉพาะด้านนวดแผนไทยและสปาไทย เป็นที่ต้องการอย่างสูง มีนักธุรกิจรายใหม่ลงทุนเป็นสถานสุขภาพรวมทั้งให้บริการนวดแผนไทยในใจกลางกรุงโรมและในเมืองสำคัญหลายแห่งในอิตาลี  อัตราค่าบริการนวดไทยสถานบริการที่เจ้าของธุรกิจเป็นชาวอิตาเลี่ยนคิดค่าบริการเฉลี่ย 50-60 ยูโรต่อชั่วโมง และ 80-90 ยูโรต่อ 1.30 ชั่วโมง ส่วนธุรกิจของคนไทยเองเป็นกิจการขนาดเล็ก มีอัตราค่าบริการ 30-40 ยูโร ต่อชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้ง)

นโยบายด้านแรงงานของอิตาลี เป็นไปตามข้อกำหนดนโยบายแรงงานแห่งชาติ ทั้งนี้รัฐบาลใหม่ยังคงต้องการแก้ไขปัญหาผู้อพยพเพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบของสหภาพแรงงานอิตาลี โดยลดจำนวนผู้อพยพจากประเทศโลกที่สาม โดยเฉพาะคนจีน ปากีสถาน บังคลาเทศ และศรีลังกาที่เดินทางมาประกอบอาชีพอิสระและรับจ้างอยู่ทั่วประเทศ แรงงานไทยในประเทศอิตาลี ยังไม่มีสถิติที่ชัดเจนของแรงงานไทยในอิตาลี แต่คาดว่าน่าจะมีแรงงานอพยพและคนไทยในอิตาลีที่อยู่ในวัยทำงานมีจำนวนประมาณ 3,000-5,000 คน ส่วนใหญ่เป็นสตรีที่แต่งงานกับชาวอิตาเลี่ยน และประกอบอาชีพรับจ้าง ทำงานบ้านเนื่องจากขาดทักษะความรู้และเงินลงทุน สำหรับนักลงทุนไทย เฉพาะนักลงทุนไทยที่ได้รับอนุญาตให้อาศัยในอิตาลี เท่านั้นที่สามารถเปิดกิจการและจัดการสถานสุขภาพความงามได้ นักลงทุนจากประเทศไทยไม่สามารถเปิดสถานสุขภาพความงามในอิตาลีได้เนื่องจากยังไม่มีข้อตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับ ด้านธุรกิจบริการ เช่น เสริมสวยความงาม ช่างทำผม และโรงแรม ทั้งนี้ศูนย์สุขภาพความงามจะต้องมี Technical Director ที่ได้รับใบอนุญาตประจำอยู่ที่ศูนย์ตลอดเวลา

ข้อสังเกตในการประกอบธุรกิจสุขภาพความงาม สถานประกอบการจะต้องมีผู้จัดการรับผิดชอบที่มีใบอนุญาตที่ได้การรับรอง ซึ่งผู้จัดการจะต้องอยู่ที่สถานประกอบการตลอดเวลาในฐานะผู้ดูแลพนักงานทรีตเมนท์และพนักงานนวด (โดยเฉพาะถ้าเป็นคนไทย เนื่องจากใบรับรองจากไทยยังไม่ได้รับการยอมรับโดยกระทรวงสาธารณสุขอิตาลี) ผู้ปฏิบัติงานคนอื่นในสถานประกอบการ ถ้าเป็นคนต่างชาติจะต้องได้รับวีซ่าทำงาน ใบรับรองเฉพาะด้าน และมีการลงทะเบียนลูกจ้างตามปกติ ศูนย์นวดแผนไทย จัดเป็นสถานสุขภาพความงามการนวดแผนไทยจะต้องจัดอยู่ในประเภทการพักผ่อน ไม่ใช่การบำบัดโรคหรือสรีระอายุรเวท ทางด้านสุขอนามัย ในการเปิดศูนย์นวดในอิตาลีจำเป็นจะต้องได้รับใบรับรอง ซึ่งจะต้องยื่นคำร้องขอทั้งก่อนและหลังการก่อสร้างศูนย์

จัดการแหล่งท่องเที่ยวของอิตาลี

อิตาลี เป็นประเทศที่มีทรัพยากรแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ประกอบด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคโรมันเรืองอำนาจที่แสดงถึงประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมที่มีมายาวนาน และมีพื้นที่ธรรมชาติที่สวยงามบริเวณชายฝั่งทะลเมดิเตอร์เรเนียน และยังมีพื้นที่ท่องเที่ยวมากมายที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกมากที่สุดเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนแหล่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสูงที่สร้างรายได้ให้แก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวอิตาลี และสร้างงานให้แก่ประชาชนสูงมาก โดยอิตาลีมีการจัดการแหล่งท่องเที่ยวด้วยกันดังนี้
1.การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวของอิตาลี อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่สนับสนุนด้านการตลาดและการท่องเที่ยวโดยสนับสนุนให้คนอิตาเลียนเที่ยวภายในประเทศ
2.กำหนดหลักเกณฑ์เพื่ออนุรักษ์บริเวณโดยรอบโบราณสถาน เช่น ห้ามรถบัสใหญ่เข้ามาในเขตพื้นที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ เพราะป้องกันการทรุดตัวของถนนและสถานที่ท่องเที่ยว และส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเดินเท้าเข้าไปยังแหล่งท่องเที่ยว
3.กำหนดภาษีค่าเข้าพื้นที่ท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว แต่ละสถานที่แตกต่างกันออกไป
4. สนับสนุนและส่งเสริมนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์บูรณะตึกแทนการสร้างตึกหรืออาคารใหม่ โดยเสนอการลดภาษีและให้การสนับสนุนเงินทุน เพื่อการอนุรักษ์ตึกหรืออาคารเก่าของชุมชน ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์
การพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของอิตาลี นับว่าเป็นแหล่งที่มาของการสร้างรายที่สำคัญโดยกลุ่มผู้ประกอบการจะใช้วิธีจัดระบบนำนักท่องเที่ยวไปเป็นกลุ่มใช้วิธีการเดินแทนการนำพาหนะเข้าไปในแหล่งท่องเที่ยว

จะเห็นได้ว่าอิตาลีเป็นประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่มีทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และธรรรมชาติที่หลากหลาย และมีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพด้วยการอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วยการอนุรักษ์ทรัพยากรให้คงอยู่ ตลอดจนการจัดที่ใส่ขยะโดยแบ่งประเภทของขยะที่จะทิ้ง เช่น ขยะที่สามารถนำมารีไซเคิล การทิ้งกระดาษ หนังสือพิมพ์ โดยจัดถังขยะแบ่งตามสีที่สดใส วางเรียงรายตามข้างถนน ทำให้ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวจัดการทิ้งขยะได้อย่างเป็นระเบียบ และสามารถนำขยะเหล่านั้นแยกไปดำเนินการต่อไป ซึ่งสิ่งที่ดีเหล่านี้สามารถช่วยในการจัดการแหล่งท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี จะทำให้แหล่งท่องเที่ยวของประเทศนั่นดียิ่งขึ้น สามารถดึงดูนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้เป็นอย่างมาก

เรียนรู้วัฒนธรรมอิตาลีก่อนเดินทางไปท่องเที่ยว

อิตาลีเป็นสวรรค์ของคนรักศิลปะของประเทศที่โฮสต์บางของโลกมีสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด โดยวัฒนธรรมของอิตาลีมีรากฐานมั่นในมรดกของโรมันโบราณซึ่งสามารถตรวจสอบกลับพัน ๆ ปี ซึ่งประเทศอิตาลีได้มีผลกระทบอย่างมากในวัฒนธรรมของยุโรปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านของปรัชญาศิลปะวรรณกรรมวิทยาศาสตร์โอเปร่าอาหารสถาปัตยกรรมแฟชั่นส่วนที่สำคัญที่สุดของวัฒนธรรมอิตาลีพบได้ในสถาปัตยกรรม จากโรมันโคลีเซียมของโรม สำหรับสถาปัตยกรรมของอิตาลีเป็นข้อพิสูจน์ถึงความมั่งคั่งของมรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์

ซึ่งภาษาที่ใช้คือภาษาอิตาเลียนเป็นภาษาประจำชาติ และในแวดวงธุรกิจยังพบการใช้ภาษาอังกฤษกันได้ทั่วไป แต่ถ้าหากการสื่อสารเป็นไปเพื่อส่งและรับสารอย่างเข้าใจ ย่อมอาศัยการเชื่อมโยงระหว่างสองฝ่าย การเตรียมตัวฝึกฝนภาษาอิตาเลียนทั้งพูด ฟัง อ่าน เขียนจึงสำคัญมากในโลกธุรกิจอิตาลีมักชื่นชมผู้ที่มีการศึกษา มีความสามารถ ประสบความสำเร็จในอาชีพ ที่สำคัญอิตาลียังให้ความสำคัญกับศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ วรรณกรรม เพลง ไวน์ เสื้อผ้า อาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ลึกซึ้งมีความหมายการศึกษาเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ไว้จนสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองได้เป็นเรื่องจำเป็นยิ่งสำหรับการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์ทั้งนี้ชาวอิตาลีโดยรวมมีอุปนิสัยเปิดเผย การใช้เทคนิคด้วยการใช้มือไม้ประกอบการสนทนา ปรับโทนเสียงจังหวะจะโคนให้เทียบโน้ตกันได้ รู้จักเลือกเรื่องพูดคุยที่ต้องอัธยาศัย
อิตาลีมีวัฒนธรรมที่คล้ายคนเอเชียโดยให้ความเคารพนับถือผู้สูงอายุการแสดงความเคารพและให้เกียรติผู้สูงอายุถือเป็นมารยาทที่ชาวอิตาเลียนชื่นชมมากการมอบดอกไม้ที่เป็นการแสดงความยินดีหรือขอบคุณเมื่อได้รับเชิญเป็นแขกควรให้เป็นช่อที่จำนวนเป็นเลขคู่ในการทักทายกับชาวอิตาเลียนที่ยังไม่คุ้นเคยควรให้คำ Signore นำหน้าชื่อสกุลผู้ชายและ Signora นำหน้าชื่อสกุลผู้หญิง เมื่อแนะนำตัวหรือเรียกขานผู้นั้น ในที่ทำงานและการพบปะทางธุรกิจ จะต้องเรียกนามสกุล จนกว่าจะได้รับอนุญาตให้เรียกชื่อต้นได้และหากมีคำนำหน้าชื่อ จำเป็นต้องเอ่ยให้ถูกต้องทุกครั้ง
เมื่อได้พบปะรู้จักกับคนใหม่ๆ การทักทายด้วยการจับมือเป็นเรื่องปกติ

ดังนั้นการเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมต่างๆของอิตาลี จึงจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการที่จะเดินทางไปเที่ยว ไปศึกษาต่อหรือเพื่อทำธุรกิจ เพื่อจะได้ติดต่อได้สะดวกยิ่งขึ้น

ความสัมพันธ์ที่มีมาอย่างยาวนานของไทย-อิตาลี

อิตาลีเป็นประเทศหนึ่งที่ขึ้นชื่อในเรื่อความสวยงามของประเทศ

มีเมืองท่องเที่ยวที่ดังระดับโลกหลายเมือง มีสถานที่ที่เป็นแหล่งมรดกโลกอยู่มากกว่าประเทศอื่นในโลก รวมถึงมีการเรียนการสอนด้านแฟชั่นที่ดีที่สุดในโลก แต่ถ้าเทียบกับยุโรปประเทศอื่นๆแล้ว อิตาลีถือเป็นประเทศหนึ่งที่มีปัญหาอาชญากรรมไม่น้อย โดยเฉพาะการฉกชิงวิ่งราวในเมืองใหญ่ๆ เช่น โรม มิลาน ที่นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยเคยเจอปัญหานี้ นอกจากนี้อิตาลีมีปัญหาด้านสภาพแวดล้อม เช่น มลภาวะเป็นพิษจากอุตสาหกรรมและการสันดาบ ชายฝั่งแม่น้ำเน่าเสียจากอุตสาหกรรม และสารตกค้างจากการเกษตร ฝนกรด การขาดการดูแลบำบัดของเสียจากอุตสาหกรรมอย่างเพียงพอ และปัญหาด้านภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว ดินและโคลนถล่ม ภูเขาไฟระเบิด น้ำท่วม รวมถึงปัญหาแผ่นดินทรุดตัวในเวนิส

ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิตาลีมาเป็นเวลา 141 ปี ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2411 โดยไทยและอิตาลีได้ลงนามสนธิสัญญาฉบับแรกคือ สนธิสัญญาว่าด้วยมิตรภาพ การพาณิชย์ และการเดินเรือ (Treaty of Friendship, Commerce and Navigation) ซึ่งได้ลงนามเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 1868 ต่อมาอิตาลีได้แต่งตั้งกงสุลอิตาลีประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ. 1886 ความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-อิตาลีโดยทั่วไปดำเนินไปอย่างราบรื่น ทั้งสองฝ่ายไม่มีปัญหาขัดแย้งที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน นอกจากนั้นยังมีการแลกเปลี่ยนการเยือนทั้งในระดับพระราชวงศ์ บุคคลสำคัญ และเจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐบาลทั้งสองประเทศอย่างสม่ำเสมอ

ปัญหาและอุปสรรคทางการค้า อิตาลีเป็นประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป ทำให้เกิดปัญหาการค้าทวิภาคีระหว่างไทยและสหภาพยุโรป กลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการค้าระหว่างไทยและอิตาลีด้วย แต่อิตาลีเป็นประเทศที่มีความเข้มงวดด้านกฎระเบียบการนำเข้ามากกว่าสมาชิกอื่นในสหภาพยุโรป เช่น ห้ามการใช้สาร EDTA ในอาหารทะเลกระป๋อง การระงับการนำเข้าอาหารทะเลแช่แข็งจากไทย เพราะตรวจพบเชื้อ Biotoxin เป็นต้น ผู้ส่งออกไทยจึงต้องระวังในสิ่งเหล่านี้เป็นพิเศษ อิตาลีเคยตรวจพบเชื้อ Vibrium Parahemoliticum ในปลาหมึก กุ้ง และปูสดแช่แข็งนำเข้าจากไทยและได้ใช้มาตรการกักกันสินค้าที่มีปัญหา เพื่อนำตัวอย่างไปตรวจวิเคราะห์ก่อน หากไม่พบเชื้อโรคจะอนุญาตให้นำเข้าได้ การยกเลิกมาตรการดังกล่าวอยู่ในดุลพินิจของหน่วยงานที่รับผิดชอบในการตรวจสอบ

ไทยและอิตาลีมีความร่วมมือด้านวัฒนธรรมมานานในอดีต

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยรัชกาลที่ 5 ไทยได้ว่าจ้างสถาปนิก จิตรกร และศิลปินชาวอิตาเลียนเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบอาคาร สถานที่สำคัญๆของไทย อาทิ พระที่นั่งอนันตสมาคม ทำเนียบรัฐบาล บ้านพิษณุโลก กระทรวงกลาโหม สถานีรถไฟหัวลำโพง วังบางขุนพรหม พระที่นั่งอภิเษกดุสิต พระที่นั่งสวนอัมพร ห้องสมุดเนลสัน เฮยส์ ซึ่งความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและความร่วมมือในปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นความร่วมมือในการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรม ระหว่างสอท. อิตาลีประจำประเทศไทยและบริษัทต่างๆ ของอิตาลีในไทย ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ของไทยทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน

เยือนกรุงโรม เมืองหลวงอันยิ่งใหญ่ของอิตาลี

โรมเป็นเมืองหลวงของอิตาลี

และเมื่อครั้งอดีตยังเป็นศูนย์กลางของอาณาจักรโรมัรที่ยิ่งใหญ่อีกด้วย โดยในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเพื่อเยี่ยมเยียนกรุงโรมแห่งนี้ ไม่ว่าจะมาเพื่อสัมผัสกับความโรแมนติกของกรุงโรม ซึมซับกลิ่นอายของอารธรรมโรมันโบราณ ชื่นชมความงามของศิลปะจากฝีมือจิตกรระดับโลก ซึ่งล้วนแล้วแต่ประทับใจกลับไปแทบทั้งสิ้น กรุงโรมก็ยังมีสิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องพึงระวังไว้ นั่นก็คือคนล้วงกระเป๋า ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่ถูกล้วงกระเป๋า หากจะไปเที่ยวที่โรมก็ควรระวังไว้ด้วย นอกจากโดนล้วงกระเป๋าแล้วบางครั้งหากไปซื้อของร้านค้าเล็กๆ เวลารับเงินทอนควรนับก่อนก็ดีเพราะบางร้านอาจจะแกล้งทอนเงินผิดได้ การย้อนยุคไปเยือนกรุงโรม เป็นหัวใจของจักรวรรดิโรมันโบราณในยุคสมัยรุ่งเรืองที่สุด เดินไปบนเส้นทางอัพเพียน ถนนไฮเวย์สายแรกในประวัติศาสตร์ ที่ทอดตัวสู่เมืองหลวงที่สำคัญที่สุดแห่งปี ค.ศ. 200 เป็นการสัมผัสวัฒนธรรมต้นตำหรับของตำนานความยิ่งใหญ่ในด้านต่างๆตั้งแต่ความเป็นอยู่ อาหารการกิน ไปจนถึงมหรสพการแสดง

โรม ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ ในเขตตัวเมืองมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 2.5 ล้านคน ถ้ารวมเมืองโดยรอบจะมีประมาณ 4.3 ล้านคน โดยมีจำนวนประชากรใกล้เคียงกับมิลานและเนเปิลส์ นอกจากนี้โรมยังเป็นที่ตั้งของนครรัฐวาติกัน ซึ่งเป็นดินแดนที่ประทับของพระสันตะปาปาแห่งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิกอีกด้วย ซึ่งการเดินทางไปเที่ยวตามสถานที่เที่ยวต่างๆในกรุงโรมนั้น สามารถใช้ระบบขนส่งมวลชนซึ่งประกอบไปด้วยรถไฟใต้ดินเป็นหลักได้ เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่นั้นอยู่ใกล้กับ Metro แต่หากจุดไหน Metro ไปไม่ถึงก็สามารถใช้รถบัสได้ โดย Metro ในกรุงโรมนั้นมีขนาดไม่ใหญ่และซับซ้อนเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ๆอย่างปารีสหรือลอนดอน เนื่องจากมีรถไฟแค่ 2 สายเท่านั้น ทำให้การเดินทางนั้นทำได้ง่ายกว่าปารีสหรือลอนดอน

หอเอนปิซา (Pisa Leaning Tower)

ตั้งอยู่ที่เมืองปิชา ประเทศอิตาลี ซึ่งสร้างด้วยหินอ่อน สูง 181 ฟุต มี 8 ชั้น โดยเริ่มสร้างเมื่อ ค.ศ. 1174 เสร็จเมื่อปี ค.ศ.1350 ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 176 ปี  สำหรับหอเอนปิชานี้ภายในมีเสาหินอ่อนที่สลักลวดลายด้วยฝีมือจิตรกรชื่อดังแห่งยุคที่สลักลวดลายไว้สวยงามมาก ส่วนสาเหตุที่เอียงนั้นเกิดขึ้นหลังจากเมื่อสร้างเสร้จแล้ว ฐานได้ทรุดไปข้างหนึ่ง เมื่อวัดดูปรากฏว่าเอียงออกจากแนวดิ่งของฐานถึง 14 ฟุต แต่ก็ยังไม่ล้ม ยังคงเอียงอยู่เช่นทุกวันนี้  ที่หอเอนปิซาแห่งนี้เป็นที่ที่กาลิเลโอขึ้นไปทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับแรงดึงดูดของโลก