อุตสาหกรรมและการค้าของอิตาลี

อิตาลีมีพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่เหมาะแก่การเกษตรกรรม และมีทรัพยากรธรรมชาติไม่มาก แม้จะมีก๊าซธรรมชาติอยู่บ้าง จึงเป็นประเทศที่ต้องนำเข้าอาหาร (net food importer) และพลังงาน ปัจจุบันอิตาลีเปลี่ยนจากระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาเกษตรกรรมเป็นสำคัญมาเป็นอุตสาหกรรม และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นลำดับต้นๆ ของโลก โดยรายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรสูงไล่เลี่ยกับอังกฤษและฝรั่งเศส อิตาลีสามารถเป็นโมเดลของไทยในด้านอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) โดยมีอุตสาหกรรมที่สำคัญ อาทิ รถยนต์ เครื่องจักรกล การก่อสร้าง เคมีภัณฑ์ เภสัชภัณฑ์ เครื่องไฟฟ้า เครื่องเรือน อุตสาหกรรมทอผ้า เสื้อผ้าและแฟชั่น และการท่องเที่ยว

อิตาลีเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่ม G8 และเข้าร่วมสหภาพการเงินของสหภาพยุโรป (EMU) มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2541 แม้ระบบเศรษฐกิจของอิตาลีเป็นระบบทุนนิยม ภาคเอกชนสามารถดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างเสรี แต่รัฐบาลยังคงเข้ามามีบทบาทควบคุมกิจกรรมที่สำคัญ อาทิ ด้านสาธารณูปโภค อุตสาหกรรมพื้นฐาน เป็นต้น ซึ่งได้ก่อประโยชน์ให้แก่ภาครัฐบาลในการสร้างฐานอำนาจและแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างพรรคการเมืองที่เข้าร่วมรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันได้มีความพยายามที่จะลด บทบาทของพรรคการเมืองโดยการแปรรูปรัฐวิสาหกิจให้ภาคเอกชนเข้ามาดำเนินการ อย่างไรก็ตาม อิตาลียังมีปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศหลายประการ ที่สำคัญได้แก่ การขาดดุลงบประมาณในระดับสูง การว่างงาน การขาดแคลนทรัพยากรพลังงานในประเทศ และระดับการพัฒนาที่แตกต่างกันอย่างมากระหว่างอิตาลีตอนเหนือ (Lombardy, Emilia, Tuscany) ซึ่งเป็นแหล่งอุตสาหกรรมและการค้า และมีกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs อยู่หนาแน่น กับอิตาลีตอนกลางและตอนล่าง รวมทั้งเกาะ Sicily และ Sardinia ซึ่งเป็นแหล่งเกษตรกรรม บริเวณที่พัฒนาน้อยกว่านี้มีพื้นที่รวมกันเป็นร้อยละ 40 ของประเทศ มีประชากรอาศัยอยู่ถึงร้อยละ 35 และมีอัตราการว่างงานสูงถึงกว่าร้อยละ 20

โอกาสของธุรกิจร้านอาหารไทยในอิตาลี

ประเทศอิตาลีเป็นอีกหนึ่งประเทศที่กิจการร้านอาหารไทยยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก เนื่องจากร้านอาหารไทยยังมีจำนวนน้อยอยู่เมื่อเทียบกับร้านอาหารเอเชียของชาติอื่น ๆ ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจร้านอาหารไทยในอิตาลีเป็นไปอย่างราบรื่นและแข่งขันได้กับร้านอาหารจากชาติอื่น ๆ ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าไปลงทุนตั้งร้านอาหารไทยในอิตาลีจึงควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจร้านอาหารในอิตาลีอย่างละเอียดก่อน ซึ่งข้อมูลที่ควรทราบในการทำธุรกิจร้านอาหารไทยในอิตาลี จะประกอบไปด้วย
1.ต้นทุนการประกอบการ ต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง โดยเฉพาะค่าสถานที่ เพราะอิตาลีมีโบราณสถานมากทำให้อาคารที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการร้านอาหารได้จำกัด
2.คู่แข่ง ที่เป็นคู่แข่งสำคัญของร้านอาหารไทย จะเป็นจำพวกร้านอาหารจีนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากราคาถูก นอกจากนี้ผู้ประกอบการชาวจีนยังมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจร้านอาหารมานานกว่า นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารญี่ปุ่นและ อิตาเลียนที่เป็นคู่แข่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง เพราะได้รับความนิยมจากผู้บริโภค
3.แหล่งวัตถุดิบ จำพวกเครื่องปรุงอาหารส่วนใหญ่นำเข้ามาจากฝรั่งเศส
4.ระเบียบการตั้งร้านอาหารในอิตาลี ในส่วนนี้ผู้ประกอบการร้านอาหารจะต้องผ่านการฝึกอบรมการบริหารภัตตาคารจากหน่วยงานของอิตาลีมาก่อน และต้องได้รับใบอนุญาตจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มในส่วนของอาคารก็ต้องได้รับอนุญาตประกอบกิจการร้านอาหารและผ่านการรับรองจากหน่อยงานด้านสุขอนามัยอีกด้วย รวมทั้งพ่อครัวแม่ครัวและพนักงานบริการก็ต้องมีใบอนุญาตทำงานในร้านอาหารอีกด้วย ฉะนั้นหากผู้ที่สนใจจะทำธุรกิจร้านอาหารในอิตาลีต้องการความสะดวกในการเปิดร้านอาหาร คือ ควรจะซื้อกิจการต่อจากผู้ประกอบการเดิม เพราะสามารถช่วยลดขั้นตอนการขอใบอนุญาตได้โดยไม่ต้องยุ่งยากอีกด้วย

ดังนั้นหากจะทำธุรกิจร้านอาหารในอิตาลี ควรจะต้องทราบข้อมูลต่างๆเหล่านี้ก่อนเพื่อจะได้ลงทุนกับสิ่งเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิผล เพราะหากขากความรู้เหล่านี้ก็ไม่สามารถที่จะเปิดกิจการร้านอาหารในประเทศอิตาลีได้ เนื่องจากประเทศอิตาลีมีข้อจำกัดเยอะ ทั้งนี้ผู้ประกอบการควรจะศึกษาถึงชีวิตความเป็นอยู่ ของพลเมืองอิตาลีเพิ่มเติมด้วยเพราะจะได้ลงทุนทำธุรกิจที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายและสามารถทำให้ธุรกิจนั้นยั่งยืนไปได้

ตลาดแรงงานและโอกาสการทำธุรกิจในอิตาลี

อิตาลี ไม่ใช่เพียงแค่ประเทศที่หลายคนทั่วไปรู้จักเพียงแค่อาหาร ความหรูหรา และรถยนต์สมรรถนะสูงเท่านั้น อิตาลียังมีศักยภาพในหลายภาคส่วน รัฐบาลอิตาลีได้มีการกำหนดแผนยุทธศาสตร์โอกาสการลงทุนในอิตาลี โดยแบ่งเป็น 5 ภาคส่วนหลัก ประกอบด้วย ไอซีที วิทยาศาสตร์การแพทย์ การขนส่ง การท่องเที่ยว และด้านพลังงานหมุนเวียน ที่ในแต่ละภาคส่วนล้วนมีความแข็งแกร่ง

ข้อมูลจากสถานทูตอิตาลีประจำ ประเทศไทย ระบุถึงยุทธศาสตร์ด้านไอซีที อิตาลีได้อันดับที่ 4 ในด้านความใหญ่ของตลาดไอซีที ด้วยมูลค่ากว่า 60,000 ล้านดอลลาร์ อีกทั้งยังครองตำแหน่งอันดับที่ 2 สำหรับยอดการใช้ซิมการ์ดกว่า 90 ล้านใบ มากกว่านั้น ยังมีบริษัทชั้นนำด้านไอซีทีเข้ามาตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์

อิตาลีมีขนาดอุตสาหกรรมในวิทยาศาสตร์การแพทย์ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของยุโรป รองจากเยอรมนี และฝรั่งเศส ที่สำคัญในด้านดังกล่าวมากกว่า 100 บริษัท มีการอัดฉีดเงินในด้านการวิจัยและพัฒนากว่า 1,200 ล้านยูโรต่อปี และที่สำคัญในด้านการแพทย์อิตาลีมีความแข็งแกร่งใน 4 ด้าน ต่อไปนี้ คือ ด้านเวชชีวศาสตร์ ด้านการศึกษาและการรักษาเนื้องอก ด้านการวินิจฉัยโรค และด้านประสาทวิทยา

ด้านการท่องเที่ยว เป็นดั่งที่หลายฝ่ายทราบดีอยู่แล้วว่า อิตาลีมีเอกลักษณ์ในด้านวัฒนธรรมที่มีความหรูหรา และการบริการด้วยมาตรฐานสากล ผนวกกับศิลปวัฒนธรรมตั้งแต่ยุคสมัยโรมัน ทั้งยัง เป็นประเทศที่ได้รับการประกาศให้มีพื้นที่ทางมรดกโลกมากที่สุดในโลกอีกด้วย

ด้านการขนส่ง อิตาลีมีมอเตอร์เวย์ระยะทาง 6,500 กิโลเมตร ยาวเป็นอันดับที่ 2 ของยุโรป และมีเครือข่ายทางรถไฟ 16,703 กิโลเมตร อยู่ในอันดับที่ 2 สำหรับประเทศที่มีความสำคัญในด้านการขนส่งทางทะเล ด้วยท่าเรือพาณิชย์นานาชาติ 3 แห่ง

ด้านพลังงานหมุนเวียน อิตาลีเป็น 1 ใน 5 ประเทศทั่วโลกที่มีศักยภาพด้านตลาดพลังงานหมุนเวียน ประกอบกับการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งนอกจากพลังงานลมแล้ว อิตาลียังมีศักยภาพที่จะผลิตพลังงานจากความร้อนใต้ผืนพิภพ พลังงานคลื่น ไบโอแมส ไบโอก๊าซ ก๊าซชีวภาพหลุมขยะ และพลังงานจากก๊าซของเสีย

อย่างไรก็ตามตลาดและธุรกิจของอิตาลีก็ยังเป็นที่จับตามองของนักลงทุนที่คิดจะลงทุนในประเทศอิตาลีอยู่ดี แต่ทั้งนี้เราก็ควรศึกษาข้อมูลในหลายๆด้านก่อนที่คิดจะทำธุรกิจ

ธุรกิจแฟชั่น มรดกโลกในอิตาลี

อิตาลีเป็นประเทศที่โด่งดังทั้งในเรื่องแฟชั่นและประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ และสองสิ่งที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันได้นี้ ก็กลับกลายมาเป็นปัจจัยส่งเสริมกันและกัน เมื่อเจ้าของธุรกิจแฟชั่น หันมาสร้างภาพลักษณ์ให้แบรนด์ตัวเองด้วยการสนับสนุนเงินทุนเพื่อบูรณะและดูแลรักษาโบราณสถานในอิตาลี

พูดถึงประเทศอิตาลี บรรดาหนุ่มสาวผู้รักแฟชั่นก็ต้องนึกถึงเมืองหลวงด้านแฟชั่นและการออกแบบของโลกอย่างมิลาน หรือห้องเสื้อหรูชั้นนำอย่างเฟอรากาโม ดอลเช่แอนด์กาบานา หรืออาร์มานี ส่วนคนที่รักการท่องเที่ยวและประวัติศาสตร์ ก็คงนึกถึงฟลอเรนซ์ เวนิซ หรือโรม เมืองมรดกโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ตั้งแต่ยุคโรมันมาจนถึงเนเนสซองท์

อันที่จริงแล้ว อิตาลีนอกจากจะเป็นประเทศที่ให้กำเนิดศิลปิน นักออกแบบ และดีไซเนอร์ชื่อดังของโลกมากมายแล้ว ยังเป็นประเทศที่มีมรดกโลกขึ้นทะเบียนกับองค์การยูเนสโกมากที่สุดในโลกอีกด้วย แต่โบราณสถานที่เก่าแก่และใหญ่โตมโหฬารอย่างโคลอสเซียมหรือโรมันฟอรัม ต้องใช้เงินมหาศาลในการดูแลบูรณะปฏิสังขรณ์ ขณะที่เศรษฐกิจอิตาลีกำลังดิ่งลงเหวอย่างต่อเนื่อง ในฐานะหนึ่งในประเทศที่เศรษฐกิจตกต่ำที่สุดในยุโรป ทำให้งบประมาณในการดูแลทรัพสมบัติของชาติเหล่านี้ถูกมองว่าเป็น “งบฟุ่มเฟือย” และถูกหั่นออกเป็นรายการแรกๆในการตัดลดรายจ่ายของรัฐบาล

โดยคณะกรรมการด้านการท่องเที่ยวของอิตาลียืนยันว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา งบประมาณด้านการสนับสนุนวัฒนธรรม รวมถึงการบูรณะปฏิสังขรณ์มรดกโลกในประเทศ ถูกตัดทอนลงถึง 1 ใน 3 ทำให้ทุกวันนี้ งบประมาณในการซ่อมแซมโบราณสถานส่วนใหญ่ ขึ้นอยู่กับการบริจาคของภาคเอกชน

และจุดนี้เองที่บรรดาเจ้าของธุรกิจแฟชั่น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ทำเงินมากที่สุดในอิตาลีโดยไม่หวั่นพิษเศรษฐกิจตกสะเก็ด ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทในการพิทักษ์รักษาความภาคภูมิใจในด้านวัฒนธรรมของชาวอิตาเลียน ด้วยการปวารณาตัวเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนซ่อมแซมดูแลรักษาโบราณสถานต่างๆ

แคมเปญที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุด ก็คือโครงการบูรณะโคลอสเซียมของทอดส์ แบรนด์เครื่องหนังยี่ห้อดังของอิตาลีเมื่อปี 2554 ที่ทอดส์ยอมทุ่มเงินถึง 25 ล้านยูโร หรือ 950 ล้านบาท เพื่อเนรมิตรโคลอสเซียมที่เริ่มทรุดโทรมให้กลับมายิ่งใหญ่ พร้อมรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอีกครั้ง

ขณะที่ดีเซล แบนด์เสื้อผ้าวัยรุ่นชื่อดัง ก็เคยสนับสนุนการซ่อมแซมสะพานริอัลโต สะพานข้ามคลองที่มีชื่อเสียงที่สุดของเวนิซ ด้วยเงินกว่า 5 ล้านยูโร หรือ 190 ล้านบาท

ส่วนแคมเปญล่าสุดมาจากเฟนดิ ที่ประกาศจะสนับสนุนเงินทุนกว่า 2 ล้าน 5 แสนยูโร ในการบูรณะน้ำพุเทรวีและน้ำพุเล กวาตโตร สองน้ำพุเก่าแก่ในโรมที่เป็นสถานที่ถ่ายรูปยอดนิยมของบรรดานักท่องเที่ยว

แน่นอนว่าแบรนด์เสื้อผ้าเหล่านี้คงไม่ลงทุนเป็นจำนวนหลายร้อยล้านบาทเพียงเพื่อรักษามรดกทางวัฒนธรรมของประเทศ สิ่งที่มักมาพร้อมกับการเป็นเจ้าภาพบูรณะปฏิสังขรณ์สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังเหล่านี้ ก็คือการได้รับอนุญาตให้ติดป้ายโฆษณาสินค้าของตัวเองได้ในระหว่างการซ่อม ซึ่งคงไม่ต้องบอกว่าคุ้มค่าเพียงใดกับการได้ติดป้ายโฆษณาในสถานที่ที่มีคนไปถ่ายรูปมากที่สุดในโลกอย่างโคลอสเซียมและน้ำพุเทรวี

นอกจากนี้ สิ่งที่ตามมานอกเหนือจากผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจก็คือภาพลักษณ์ของการช่วยเหลือสังคม คนอิตาเลียนส่วนใหญ่ไม่ได้มีปัญหากับป้ายโฆษณาขนาดยักษ์ที่รายล้อมโบราณสถานในช่วงซ่อมแซมเหมือนนักท่องเที่ยว ที่อาจจะหงุดหงิดบ้างเมื่อไม่ได้ถ่ายรูปกับสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตในอิตาลี ในทางตรงกันข้าม พวกเขากลับมองว่าการช่วยเหลือพึ่งพากันและกันระหว่างธุรกิจแฟชั่นกับโบราณสถานในประเทศ เป็นทางออกที่ได้ประโยชน์ทุกฝ่าย ในภาวะที่เศรษฐกิจฝืดเคืองอย่างทุกวันนี้

งานทำธุรกิจร่วมกับชาวอิตาลีของวัฒนธรรมอิตาลี

800px-Mulberry_Street_NYC_c1900_LOC_3g04637u_edit

แต่ไหนแต่ไรมาคนทำงานรุ่นเบบี้บูมบ้านเรา มักมีวิถีการทำงานที่เรียบและมั่นคง เมื่อสำเร็จการศึกษาหาไม่สืบทอดกิจการครอบครัว ก็มุ่งเข้าทำงานในองค์กร ตั้งแต่สำเร็จการศึกษากระทั่งเกษียณ เรื่องจะมีการเปลี่ยนแปลงหวือหวาชนิดย้ายไปทำงานต่างแดนนับว่าเป็นกรณีที่เกิดขึ้นน้อยส่วนเจนเอ็กซ์ ผู้มีโอกาสและอัตราการศึกษาต่อต่างประเทศสูงขึ้น พบได้ว่าจะฝึกงานหาประสบการณ์ระยะหนึ่งจึงกลับเมืองไทย แต่หากสำเร็จการศึกษาในบ้านเรา ก็ยังพบได้อีกว่า โอกาสที่จะไปเข้าอบรมดูงาน ในสำนักงานต่างแดนเป็นปรกติธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ แต่หากจะย้ายไปทำงานเป็นเรื่องราว อันนี้ต้องคิดหนัก ต้องเตรียมกายเตรียมใจกันพอสมควรแทนที่จะรอให้โอกาสมาถึงแล้วจึงค่อยรับมือ คนทำงานยุคใหม่สามารถลงทุนเพื่อเพิ่มคุณค่าให้ตนได้ ยิ่งถ้าเล็งการพัฒนาตนเองเรื่องภาษาและวัฒนธรรมข้ามชาติ เชื่อเถิดค่ะว่า เมื่อโอกาสมีมา เราจะเป็นคนแรกๆ ที่จับคว้าได้ก่อนใคร อย่างมั่นใจเสียด้วย

หากกล่าวถึงประเทศที่จะให้สีสันความรื่นเริงใจในประสบการณ์การทำงานต่างเมือง ประเทศแถบยุโรปใต้ที่รุ่มรวยศิลปวัฒนธรรม มีรสนิยมและสไตล์ในการใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย เป็นแหล่งโอกาสทางธุรกิจด้านแฟชั่น ของแต่งบ้าน กีฬา อาหาร ไวน์ และยังเป็นที่ตั้งขององค์กรนานาชาติมากมายอย่างอิตาลี นับว่าเป็นโอกาสการทำงานต่างแดนที่คุ้มค่า หากว่าเตรียมตัวพร้อม และยังจะได้ศึกษาวิถีการบริหารธุรกิจ บริหารองค์กร และบริหารชีวิตให้มีความหมายที่นี่ใช้ภาษาอิตาเลียนเป็นภาษาประจำชาติ และในแวดวงธุรกิจยังพบการใช้ภาษาอังกฤษกันได้ทั่วไป แต่ถ้าหากการสื่อสารเป็นไปเพื่อส่งและรับสารอย่างเข้าใจ ย่อมอาศัยการเชื่อมโยงระหว่างสองฝ่าย การเตรียมตัวฝึกฝนภาษาอิตาเลียนทั้งพูด ฟัง อ่าน เขียนสำคัญมาก ในโลกธุรกิจอิตาลีมักชื่นชมผู้ที่มีการศึกษา มีความสามารถ ประสบความสำเร็จในอาชีพ ซึ่งฟังดูคนทำงานบ้านเราก็น่าจะผ่านหลักเกณฑ์สองสามประการนี้ แต่สำหรับอิตาลียังให้ความสำคัญกับศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ วรรณกรรม เพลง ไวน์ เสื้อผ้า อาหาร และอื่นๆ อีกมากมาย ที่ลึกซึ้งมีความหมายการศึกษาเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ไว้จนสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองได้เป็นเรื่องจำเป็นยิ่งสำหรับการสื่อสารและปฏิสัมพันธ์คนอิตาลีโดยรวมมีอุปนิสัยเปิดเผย เข้มข้น รื่นรมย์ เหมือนกับเพลงและอาหารอิตาเลี่ยนนั่นแหละค่ะ การใช้เทคนิคกระจกด้วยการใช้มือไม้ประกอบการสนทนา ปรับโทนเสียงจังหวะจะโคนให้เทียบโน้ตกันได้ รู้จักเลือกเรื่องพูดคุยที่ต้องอัธยาศัย รับรองว่าคนไทยเราก็คุยสนุกได้อารมณ์ไม่แพ้กัน